วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561

แม่ทัพภาคที่ 3 ประชุมถกการแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเหนือตอนบน ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เป็นประธานในการประชุมการปฏิบัติงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ พร้อมเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการ นวัตกรรม และสรุปผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ที่ ห้องประชุมอิมพีเรียล แกรนด์ ฮอลล์ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


โดยมี พลโทดำริห์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร , พลตรีณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 / ผู้บัญชาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศป.ปส.ชน.) , พลตำรวจโท สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , พลตำรวจโท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 , นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ และคณะทำงาน ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการ โดยมีวัตถุประสงค์การประชุมเพื่อให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ พิจารณาแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง และกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


ทั้งนี้ สถานการณ์ยาเสพติด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ แหล่งผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ยังคงผลิตยาเสพติดประเภทยาบ้า, ไอซ์ และเฮโรอีน ได้เป็นจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา สาเหตุเนื่องจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดยังคงสามารถส่งเข้าแหล่งผลิต ยาเสพติดได้หลายทิศทางอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการลักลอบลำเลียงเข้าสู่เขตไทย ยังคงดำเนินการมาโดยตลอด และสามารถส่งเข้ามาทดแทนยาเสพติดที่ถูกจับกุมได้ สำหรับทิศทางการลำเลียงยาเสพติด ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปลักลอบนำเข้าทางด้านทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงรายเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่เหลือจะกระจายไปทางด้านจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะที่ แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด คาดว่าแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน จะยังคงผลิตยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ จะเป็นพื้นที่นำเข้าหลักอยู่ต่อไปพื้นที่เพ่งเล็ง ได้แก่ 1) พื้นที่ด้านตรงข้าม อำเภอเวียงแก่น และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 2) พื้นที่ด้านตรงข้าม อำเภอแม่สาย และอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 3) พื้นที่ด้านตรงข้าม อำเภอแม่อาย, อำเภอฝาง, อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่



สำหรับ ผลการปฏิบัติงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ควบคุมอำนวยการ ประสานงานให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ , จังหวัดเชียงราย และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ห้วงตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2560 ถึง 15 สิงหาคม 2561 ทั้งด้านการสกัดกั้นปราบปราม ด้านการป้องกัน โครงการประชารัฐร่วมใจปลอดภัยยาเสพติด โครงการไทยนิยมยั่งยืน รอบที่ 2 กองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดเชียงใหม่ และด้านการบำบัดรักษา เป็นต้น


โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ได้สรุปผลการปฎิบัติการ ด้านการปราบปราม สามารถยึดยาบ้าได้ 31,048,358 เม็ด, ไอซ์ 3,705 กิโลกรัม , เฮโรอีน 39.1 กิโลกรัม และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 784 คน ด้านการป้องกันได้มีการทำโครงการประชารัฐร่วมใจปลอดภัยยาเสพติดปี 2561 และโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยได้มีการสร้างภูมิคุ้มกันและการป้องกันยาเสพติดแก่เยาวชนในสถานศึกษาต่างๆ จำนวน 8,845 แห่ง และได้ทำโครงการป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่ตอนในและพื้นที่ชายแดนตามแนวทางประชารัฐร่วมใจปลอดภัยยาเสพติด ส่วนด้านบำบัดรักษาสามารถบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดได้มากถึง 7,854 คน

พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคเหนือประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน นั้นการจับกุมยาเสพติดในปี 2560 มีเพิ่มมากขึ้นจากปี 2560 หลายเท่าตัว สาเหตุเพราะความต้องการในประเทศมีสูงขึ้นทำให้ยาเสพติดทะลักเข้ามามากขึ้น โดยแหล่งยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ยังคงผลิตยาเสพติดประเภทยาบ้า , ไอซ์ และเฮโรอีน ได้จำนวนเพิ่มมากขึ้นสาเหตุเนื่องมาจากสารเคมีตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดบางประเภทยังถูกกฎหมายอยู่ในประเทศไทย จึงได้มีการนำสารเหล่านี้ลักลอบขนส่งเข้าไปยังแหล่งผลิตยาเสพติดโดยผ่านทางแนวตะเข็บชายแดน

โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อจากนี้ จะทำหนังสือถึง พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ปรึกษากับกระทรวงอุตสาหกรรม หาแนวทางในการควบคุมสารตั้งต้นยกตัวอย่างเช่น สารโซเดียมไซยาไนด์และสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และจะประสานทาง ปปส. เพื่อกวดขันจับกุมต่อไป

นอกจากนี้ ยังอีกปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขคือการสกัดกั้นเส้นทางการเงินของแก๊งค้ายาเสพติด ที่ยังมีช่องโหว่อยู่แก๊งค้ายาเสพติดยังสามารถขนลำเลียงเงินจากการค้ายาเสพติดออกไปได้ ต่อจากนี้จะมีการประชุมหาแนวทางร่วมกันอีกครั้งเพื่อปิดช่องโหว่และยับยั้งเส้นทางการเงินของแก๊งค้ายาเสพติด เพื่อเป็นการตัดวงจรการเงินของแก๊งค้ายาเสพติดเหล่านี้

แม่ทัพภาคที่ 3 ยังกล่าวถึงแนวทางการประสานงานกับกองทัพของประเทศเพื่อนบ้านในการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดที่มีอยู่ในบัญชีรายชื่อของทางการไทยว่า จะมีการทำหนังสือในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนไทย - เมียนมา หรืออาร์บีซี ฝ่ายไทยไปถึงพลตรี อ่อง ส่อ เล ผู้บัญชาการภาคทหาร พื้นที่สามเหลี่ยม กองทัพเมียนมา เพื่อให้ช่วยเหลือในการจับกุมและส่งตัวพ่อค้ายาเสพติดเหล่านี้มาดำเนินคดีในประเทศไทย

ด้าน นายนิยม​ เติมศรีสุข​ ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปราม​ยาเสพติด​​ กล่าวถึงการปฎิบัติงานของ ปปส.ว่า ในขณะนี้ ปปส.จะทำงานโดยมองในทุกมิติ ทั้งในเรื่องขอกการสกัดกั้นยาเสพติด ป้องกันและปราบปราม และในส่วนของการบำบัดรักษา เราต้องทำควบคู่กันไป เราไม่สามารถทำเฉพาะมิติใดมิตินึงไม่ได้ ส่วนการทำงานแบบภาคีซึ่งมีทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสอบความสำเร็จเป็นอย่างมากในรอบปีที่ผ่านมา

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

รอง มทภ.4/ ผอ.ศปพร. เป็นประธานการประชุมกลุ่มศิลปาชีพและพบปะแกนนำโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

วันนี้ 17 ส.ค.61 ช่วงเช้า พล.ต.วิชาญ สุขสง รอง มทภ.4/ ผอ.ศปพร. เป็นประธานการประชุมกลุ่มศิลปาชีพในความรับผิดชอบ 16 กลุ่ม ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ณ ห้องประชุม บก. ร.151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อติดตามการดำเนินงาน, ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือที่ให้ไปแล้ว, รับทราบปัญหาและดำรงสภาพหล่อเลี้ยงขวัญกำลังใจสมาชิกศิลปาชีพให้ดีขค้น....จากการประชุมกลุ่มสมาชิกศิลปาชีพมีขวัญและกำลังใจดี และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสืบสาน รักษางานศิลปาชีพให้ดำเนินต่อเนื่องสืบไป




ต่อมา ภาคบ่าย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน พบปะกลุ่มแกนนำหมู่บ้าน โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ.ไอร์บือแต ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อรับทราบปัญหาของหมู่บ้าน, ติดตามผลการดำเนินงานที่ได้ให้แนวทางไว้, เยี่ยมกลุ่มอาชีพเลี้ยงวัว, เลี้ยงไก่ไข่, เลี้ยงแพะ และประชุมให้แนวทาง การบริหารจัดการหมู่บ้าน และสหกรณ์ เพื่อให้โครงการเดินต่อไปได้




ประชุมหารือแก้ปัญหาระหว่างชาวลุ่มน้ำปากพนังกับ บริษัท ไอวินต์

วันที่ 17 สิงหาคม 2561 เวลา 1330 พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 เดินทางไปเป็นประธานการประชุมหารือแก้ปัญหาระหว่างชาวลุ่มน้ำปากพนังกับ บริษัท ไอวินต์


โดยมีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอปากพนัง เรียกร้องและแถลงการณ์ทวงสัญญาประชาคม จากบริษัทอินเตอร์ฟาร์อีสวินด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ไอวินด์) ที่เคยให้ไว้โดยไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการพัฒนาใดๆ เพียงแต่ประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการปกป้องนักต่อสู้ของพีน้องประชาชนชาวลุ่มน้ำปากพนัง และเพื่อการแก้ไขความขัดแย้งของกลุ่มคนลุ่มน้ำปากพนัง นำโดยนายไพโรจน์ รัตนรัตน์ กับบริษัทอินเตอร์หาร์อีสวินด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ไอวินด์) เข้าประชุมหารือกัน โดยมี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช , นายอำเภอปากพนัง , ผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอปากพนัง นายกเทศบาลตำบลบางพระ และส่วนราชการต่างๆที่เกียวข้องเข้าร่วมประชุมกันในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช



ผลสรุปในการประชุมครั้งนี้ทาง พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการควบคุมมณฑลทหารบกที่ 41 กล่าวว่า การสื่อสารเข้าใจไม่ตรงกัน โดยเฉพาะเขตบางพื้นที่ที่อาจจะเข้าใจผิด โดยจะขอดำเนินการให้ เจ้าหน้าที่ทหาร กองบัญชาการควบคุมมณฑลทหารบกที่ 41 ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกันทุกฝ่าย แล้วค่อยมาประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง


วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ผบ.ทบ.เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของ กอ.รมน.ภาค 4 สน.

13 ส.ค.61 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ในส่วนที่รับผิดชอบงานโครงการพระราชดำริ โดยมีพล.ต.วิชาญ สุขสง รอง มทภ.๔ ร่วมให้การต้อนณ ศูนย์ครูใต้ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี




วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กิจกรรม โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

วันที่ 11 ส.ค. 61 เวลา 0800  โรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ตำบลหลักช้าง อำเภอ ช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาอุตสากรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตนครศรีธรรมราช ร่วมจัดกิจกรรม โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 จำนวน 1000 ต้น



โดยมี นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธาน ผู้ร่วมพิธี ฯ ประกอบด้วย พลตรี อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41/หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตนครศรีธรรมราช  นายสุทิน พรชัยสุรีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช  นายพิทักษ์ บุญคงแก้ว อุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช  นาย มนต์วิทย์ ไชติทักษฎายุธ นายอำเภอช้างกลาง คณะกรรมการบริหารฯ  หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมด้วย คุณอลิสลา พงศ์พรหม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 41 กำลังพลทหารในหน่วยมณฑลทหารบกที่ 41 ชมรมหทารผ่านศึกนอกประจำการในพื้นที อำเภอช้างกลาง อำเภอนาบอน และ อำเภอพิปูน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีฯ



นาย สุทิน พรชัยสุรีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวรายงาน การจัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในราชการที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 โดยกำหนดปลูกต้นไม้ ณ โรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมรา จำนวน 1000 ต้น



การจัดกิจกรรม ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือจากโรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ที่สนับสนุนพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตนครศรีธรรมราช นำกำลังพลทหารมาช่วยเตรี่ยมพื้นที่ ในครั้งนี้ เป็นอย่างดี ผู้นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวในโอกาสนี้ว่า การรณรงค์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จะเป็นการสร้างเสริมองค์ความรู้ และจิตสำนักของประชาชนให้ตระหนักถึงสภาวะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อรองรับและบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรต่อไปในอนาคต เช่น การขาดน้ำ เพื่อการเกษตร รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมของเกษตรกรที่จะได้รับความเดือดร้อน ขอฝากต้นไม้ที่ปลูกไว้ในวันนี้ ให้พี่น้องประชาชนช่วยกันดูแลรักษาให้เจริญเติมโตต่อไป


วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561

รอง มทภ.4/ผอ.ศปพร.ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

วันนี้ 10 ส.ค.61 พล.ต.วิชาญ สุขสง  นำสมาชิกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามพระราชเสาวนีย์ฯ ทำพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 87 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561   ซึ่งมีคณะทำงานโครงการฯ สมาชิก อรบ.ประชาชนทั่วไป และนักเรียนนักศึกษา ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ณ ร.ร.เบญจมราชูทิศ จ.ปัตตานี





พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จทรงเปิดศาลหลักเมืองขนอม

10 สิงหาคม 2561 เวลา 1600 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จทรงเปิดศาลหลักเมืองขนอม ณ สวนสาธารณะพ่อตาคูระ หมู่ที่ 10 ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 / ผู้อำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยมณฑลทหารบกที่ 41
และคุณอลิสลา พงศ์พรหม ประธานชมรมแม่บ้าน ทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 41 เฝ้ารับ - ส่งเสด็จ ฯ






วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ต้อนรับ รองผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก เตรียมการฝึกร่วม Cobra Gold 19 Sites in Phitsanulok

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 พลตรีสุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 (Office Call with Deputy 3d Army Commander) รับการเยี่ยมคำนับจาก Major General Timothy M. McKeithen รองผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC Dy Cdr.) และคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาเยี่ยมคำนับและตรวจภูมิประเทศการเตรียมการการฝึกคอบร้าโกลด์ 19 โดยมี พลตรี ทรงธรรม สิทธพงษ์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และ พันเอกประพัฒน์ พบสุวรรณ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ (3) ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังบรรยายสรุป พื้นที่การฝึก คอบร้าโกลด์ 19 ณ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 3d Army HQOfc Call Dpty Commander (Reception Rm 1) CG 19 Training Area Brief (3rd Army Area Reception Room)


การฝึกคอบร้าโกลด์ 19 มีการปฏิบัติที่สำคัญคือ การเตรียมกำลัง และการใช้กำลัง ซึ่งการฝึกคอบร้าโกลด์ นั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมกำลัง ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา ได้มีการจัดเตรียมสถานที่เพื่อใช้ในการฝึก การจัดเตรียมด้านที่พักกองกำลังทมหาร, สถานที่จัดการฝึกฝ่ายเสนาธิการ, กองบัญชากรกองกำลังผสมนานาชาติ, สถานที่สำหรับ 5 กองกำลังผสม ประกอบด้วย กองกำลังทางบกผสม, กองกำลังทางเรือผสม, กองกำลังทางอากาศผสม, กองกำลังทางนาวิกโยธินผสม และ หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษร่วม/ผสม เป็นต้น

โอกาสนี้ รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก และคณะ เดินทางไปตรวจภูมิประเทศพื้นที่การฝึกปัญหาที่บังคับการของฝ่ายเสนาธิการ (STAFFEX) ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก Survey Camp Akatosarot, Phitsanulok City, CG 19 StaffEx Site, Camp Akatosarot , Phitsanulok City CG 19 StaffEx Site at 23rd Maintenance Bn
สำหรับการฝึกปัญหาที่บังคับการของฝ่ายเสนาธิการ (Staff Exercise : STAFFEX) เป็นการฝึกควบคุมการฝึกปัญหาที่บังคับการ ประกอบด้วย โครงสร้างและการจัดหน่วยเข้ารับการฝึก, กำหนดตารางการปฏิบัติ, การรับ – ส่ง, บ่งการ, การไหลเวียนเอกสารของหน่วยรับการฝึก หน่วยเหนือ, หน่วยรอง, หน่วยข้างเคียง และหน่วยเกี่ยวข้อง, แผนการติดต่อสื่อสาร, การใช้ระบบควบคุมบังคับบัญชา
จากนั้น รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก และคณะ เดินทางไปตรวจพื้นที่โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) เพื่อรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดนำไปดำเนินการวางแผนจัดกิจกรรม/โครงการต่อไป ณ วัดจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก Survey Wat Jom Thong Temple, Phitsanulok City, CG 19 HCA DV Site

สำหรับการฝึกคอบร้าโกลด์ 19 นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแล้ว ยังจะเป็นการสานต่อความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพทั้ง 2 ประเทศ ทั้งในเรื่องการฝึกศึกษา บรรเทาสาธารณภัย เทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค

สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการฝึกคอบร้าโกลด์ แบ่งเป็นสามระดับ ประกอบด้วย ระดับประเทศ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในระดับนานาชาติในการเตรียมความพร้อมด้านการทหารที่มีความเข้มแข็ง ทันสมัย สามารถตอบสนองภารกิจด้านความมั่นคงในทุกมิติ เช่น การรักษาสันติภาพ การบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ส่วนในระดับกองทัพ เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพมิตรประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพไทยในทุกมิติ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาค เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน และในระดับพื้นที่ที่เข้าทำการฝึกฯ ได้รับประโยชน์จากการฝึกในส่วนโครงการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ของโครงการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและ สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาของกำลังพลมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ผบ.มทบ. 41ร่วม ผู้ว่าเมืองคอนลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน แก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์

วันที่ 7 ส.ค. 2561 ที่ห้องประชุมเสนาณรงค์ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีพิธีลงนามในบันทึก ข้อตกลงร่วมมือ การแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่าง กองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 กับคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดนครีธรรมราช โดยมีผู้ร่วมลงนาม อาทิ พลตรี อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 , นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช นายทรงชัย อันนานนท์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย การบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะกรรมการฯ คณะอนุกรรมการฯ ผู้แทนกองกำกับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ผู้แทนสรรพากร นครศรีธรรมราช ผู้แทนสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมลงนาม ในครั้งนี้



เนื่องจากปัญหาหนี้สินภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาหนี้นอกระบบ ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทยและเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดกับผู้มีรายได้น้อยและผู้มีฐานะยากจน โดยมีสาเหตุมาจากการที่ประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ รวมถึงการขาดทักษะในการบริหารจัดการเงินในครอบครัวประชาชนกลุ่มดังกล่าว จึงมีความเสี่ยงสูง และต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบกระทรวงการคลังจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน คือ 1. ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาผ่านองค์กรการเงินชุมชนที่เข้มแข็งและมีศักยภาพ โดนมุ่งเน้นให้ชุมชนจัดการตนเอง 2. ให้สถาบันการเงิน เฉพาะกิจเป็นอีกช่องทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางและศักยภาพในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ โดยให้อำนาจทหารเข้ามามีบทบาทเป็นพนักงานป้องกันและปราบปรามบุคคล ผู้กระทำความผิด



จากนั้น พลตรี อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 กล่าวว่า ปัญหาหนี้สิ้นภาคประชาชน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบนั้น เป็นปัญหาสำคัญและปัญหานโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสำคัญ และมุ่งปราบปรามหนี้นอกระบบให้เกิดเป็นรูปธรรม ชัดเจน มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด ดังนั้น จึงเป็นนิมิตหมายอันดีอย่างยิ่ง ที่กองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 จะได้ร่วมกับคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมกัน “ขจัดหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์” พลตรี อาคม กล่าว.



ขอบคุณภาพจากศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 4 ค่ายวิราวุธ

ข่าว/ นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช