วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

จังหวัดนราธิวาส ปฏิบัติการล้างทำความสะอาดตามโครงการประชารัฐร่วมใจต้านภัยโควิด – 19


ทหารไม่ทำแล้วใครจะทำ หน้าที่ช่วยเหลือประชาชนเป็น "หน้าที่ของทหาร " วันที่ 24 มีนาคม 2563 เวลา 15.00 น. ณ บริเวณสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ร่วมกับ จังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการประชารัฐร่วมใจต้านโควิด-19


พลตรี สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ภาคเอกชน จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันล้างทำความสะอาด บริเวณสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ตามโครงการ “ประชารัฐร่วมใจต้านภัยโควิด – 19″



พลตรี สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19ในประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วน ที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนต้องร่วมมือกัน ในการป้องกัน ยับยั้งการเผยแพร่ของเชื้อโรคไม่ให้มีผล กระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้ให้ความสำคัญในการลดการแพร่เชื้อ และการแพร่ระบาดของโรค โดยได้มีมาตรการสำคัญในการดำเนินงานทั้งระดับบุคคล สังคม การควบคุมพื้นที่ การรองรับผู้ป่วย การเฝ้าระวัง ดูแลกลุ่มเสี่ยง การเตรียมความพร้อมของเวชภัณฑ์ บุคลากรทางแพทย์ สำหรับกิจกรรมทำความสะอาดสถานีรถไฟสุไหงโก- ลก ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้ เป็นหนึ่งมาตรการที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมมือกันในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค โดยจะดำเนินการทำความสะอาดชานชาลาสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ประชาชน ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ อุปกรณ์ และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ในนามของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขอขอบคุณ และขอให้กำลังใจ แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสาพระราชทานทุกคน ที่ได้เสียสละร่วมกัน โดยไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อให้จังหวัดนราธิวาสลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19





วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563

ผบ.ฉก.ยะลา เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุผกร.ได้ลอบวางระเบิดคาร์บอมป์ บริเวณหน้าสำนักงาน ศอ.บต.ยะลา และเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ


วันที่ 17 มี.ค.63 เวลา 10.18 น. และเวลา 10.31 ผกร.ได้ลอบวางระเบิดคาร์บอมป์ บริเวณหน้าสำนักงาน ศอ.บต.ยะลา (หลังเก่า) อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.ฉก.ยะลา ได้เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมติดตามสถานการณ์






และหลังจากนั้น ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด ณ รพ.ศูนย์ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา โดยมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจำนวน 25 ราย นอนรักษาตัวอยู่ รพ. 9 ราย กลับบ้านแล้ว 16 ราย







วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563

เสนาธิการทหาร มอบอาคารหลังฝึกร่วมคอบราโกลด์​2020


วันที่ 5 มีนาคม 2563 พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร​พร้อมนายไมเคิล จี. ดีซอมเบร (H.E. Mr. Michael G. Desombre) เอกอัครราชทูตสหรัฐ อเมริกาประจำประเทศไทย นายเควิน ฉ็อก (H.E. Mr. Kevin Cheok) เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย และ พลโท เฮอร์แมน สเตซี่ แคลร์ดี (LTG H. Stacy Clardy) ผู้บัญชาการกำลังรบนอกประเทศ นาวิกโยธินที่ 3​ และผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธิน ประจำประเทศญี่ปุ่น ร่วมส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ตามโครงการช่วยเหลือประชาชนในการฝึกคอบร้าโกลด์ 2020​ ณ โรงเรียนบ้านกร่าง จังหวัดพิษณุโลก

 

โดยกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือประชาชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่การฝึกฯ รวมถึงเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่การฝึกฯ เสริมสร้างรายได้และประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพมิตรประเทศและประชาชนในพื้นที่


โครงการช่วยเหลือประชาชน ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ จำนวน 7 โครงการ ได้แก่ โครงการที่ 1 โรงเรียนบ้านแก่งหวาย จังหวัดระยอง โครงการที่ 2​ โรงเรียนวัดตะเคียนทอง จังหวัดจันทบุรี โครงการที่ 3​ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาอิสาน จังหวัดฉะเชิงเทรา โครงการที่ 4 โรงเรียนบ้านกร่าง จังหวัดพิษณุโลก โครงการที่ 5​ โรงเรียนบ้านวังไทร จังหวัดสุโขทัย โครงการที่ 6 โรงเรียนวัดดงข่อย จังหวัดพิษณุโลก และโครงการที่ 7 โรงเรียนบ้านคลองไผ่งาม จังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้ยังจัดบริการทางการแพทย์ทหาร การแจกแว่นสายตา และบริการน้ำดื่มให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เข้าร่วมในพิธีฯ


วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

แม่ทัพภาค 2 บินด่วน ให้กำลังใจกำลังป้องกันชายแดน จับยาไอซ์ล็อตยักษ์


วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2563 พลโท ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เดินทางไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ร่วมกันสกัดกั้น ยาไอซ์ ล็อตใหญ่ที่มีการลักลอบขนข้ามฝั่งแม่น้ำโขงเข้าประเทศ และถูกเจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อย สกัดจับ และยึด ยาไอซ์ บรรจุในกระสอบปุ๋ย 22 กระสอบ ข้างในบรรจุห่อยาไอซ์จำนวน 542 ถุง น้ำหนักทั้งสิ้น 542 กิโลกรัม บริเวณ บ้านบางทรายน้อย ตำบลบางทรายน้อย อำเภอ หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร


โดย แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 กล่าวให้กำลังใจ กองกำลังป้องกันชายแดน ทั้งทหารตำรวจ โดยเฉพาะ หน่วย นรข.ได้ดำเนินการสกัดกั้นยาล็อตใหญ่ก้อนนี้ไม่ให้ไปทำลายมนุษย์ชาติ และสังคม และเน้นย้ำให้ดำรงความเข้มแข็งในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอย่าให้ทะลักเข้าสู่ประเทศของเราได้


พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาค 2 เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ชายแดนอีสานถือว่ามีการตรวจยึดยาเสพติดบ่อยครั้ง อาจมาจากมีการถูกกดดันหนีมาจากชายแดนภาคเหนือ ทำให้เข้าทางภาคอีสาน บวกกับ มีการบูรณาการเข้มงวดจับกุมของเจ้าหน้าที่มากขึ้น ทำให้ มีสถิติการจับกุมบ่อย ครั้ง อย่างไรก็ตามได้ สั่งการให้ มทุกหน่วยงานความมั่นคง เข้มงวดตรวจสอบ หาข่าว สร้างความร่วมมือกับชาวบ้าน ในการสกัดกั้นปราบปรามดูแลตามแนวชายแดน ถือว่า น่าห่วง ยิ่งช่วงน้ำโขงลด อาจเป็นอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ และเอื้อต่อการลักลอบของ ขบวนการค้ายาเสพติด จึงต้อง สร้างความร่วมมือทุกฝ่ายในการทำงาน รวมถึง ชาวบ้านในพื้นที่แจ้งเบาะแส สำหรับ ยาไอซ์ล็อตนี้ ตรวจสอบเบื้องต้น เชื่อว่าทะลักมาจากทางชายแดนภาคเหนือ ข้ามมาจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ยังไม่สามารถระบุต้นทางการผลิตได้ ต้องตรวจสอบแน่ชัด ซึ่งมีการลำเลียง ผ่านมาหลายจังหวัดตามชายแดนภาคอีสาน หากพื้นที่ไหน สะดวกในการลักลอบนำเข้า จะขนส่งข้ามทันที อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานเกี่ยวข้องจะต้องเพิ่มมาตรการเข้มมากขึ้น เพราะหากลักลอบเข้ามาด้วย เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยมหาศาล