| ประชาสัมพันธ์ ▶ |
วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565
ผบ.ทหารสูงสุด แจงลงนามแถลงวิสัยทัศน์สหรัฐฯ-ไทย แค่กรอบร่วมมือ ไม่มีเรื่องกำลังรบ
16 มิ.ย.2565 - ที่สนามฟุตบอล อบจ.ระยอง เกาะเสม็ด จ.ระยอง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการลงนามในกรอบแผนงานสนับสนุนแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ค.ศ. 2020 กับ ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา ผลักดันให้ไทยให้ผู้นำในความร่วมมือด้านบรรเทาสาธารณภัย และการต่อต้านการก่อการร้ายจะมีการตั้งศูนย์ในประเทศไทยหรือไม่ว่า ในส่วนตรงนั้นเป็นเรื่องกรอบความร่วมมือ ซึ่งหากจะดำเนินการในประเด็นไหนก็จะมีการพูดคุย ในแต่ละระดับต่อไป โดยในระดับกองบัญชาการกองทัพไทยกับกองกำลังข้าศึกกับกองกำลังภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ที่เราเรียก HLD ซึ่งสืบเนื่องมาจากระดับกระทรวงกลาโหม ที่ลงนามคงามร่วมมือเรียกว่า Joint vision statement 2020 ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงนี้ก็มาถึงหน่วยปฏิบัติ ก็คือกองบัญชาการกองทัพไทย มากำหนดแนวทางร่วมกันเป็นกรอบความร่วมมือ ขอย้ำว่าเป็นข้อตกลงกรอบรวมๆ ถ้ามีความร่วมมือที่จะเกิดขึ้น จะมีการประชุมอีกระดับหนึ่ง เรียกว่า Senia start talk SST ในระดับเจ้ากรมยุทธการทหาร ซึ่งก็จะมีการพูดคุยกันแต่สิ่งที่จะเน้นร่วมกันในห้วงเวลานี้คือการสนับสนุนทางการแพทย์ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เมื่อถามว่า ยืนยันไม่ใช่การเอียงข้างตามที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวหาหรือไม่ พล.อ.เฉลิมพล กล่าวยืนยันว่า ไม่มี นโยบายของกองทัพเป็นไปตามกระทรวงกลาโหมในการร่วมมือเรื่อง การฝึกและหลักสูตรการศึกษา และการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ขอย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกำลังรบ
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
ผบ.ทสส. เดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 24 -25 พฤษภาคม 2565 พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ตามคำเชิญของ พลอากาศเอก Tan Sri Dato’ Sri Haji Affendi bin Buang ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียโดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เดินทางไป กระทรวงกลาโหมมาเลเซียและได้ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ จากนั้นได้เข้าเยี่ยมคำนับ พร้อมทังหารือข้อราชการกับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย โดยมี ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมการสนทนา ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน แม้ว่า จะมีข้อจำกัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกองทัพยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากที่มีการแลกเปลี่ยนการเยือน การฝึก ศึกษา ระหว่างกันในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นนายทหารชั้นต้นจนถึงนายทหารระดับสูงของกองทัพโดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบของการประชุม GBC และความร่วมมือต่างๆ ซึ่งหากกองทัพไทยต้องการขยายความร่วมมือเพิ่มเติ่มสามารถเสนอความต้องการได้
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ในขณะนี้มีทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ไทยและมาเลเซียสามารถเปิดประเทศได้ และมีการผ่อนคลายมาตรการ ซึ่งส่งผลดีต่อกิจกรรมต่างๆ ระหว่างกองทัพ
โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กล่าวขอบคุณกองทัพมาเลเซียที่ได้ให้การสนับสนุนการลาดตระเวนร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทำให้มีความสงบเรียบร้อยตามเเนวชายเเดน รวมทั้งได้กล่าวขอบคุณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ที่ได้ให้การต้อนรับคณะอย่างสมเกียรติ และอบอุ่น ซึ่งเป็นการเน้นย้ำความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของทั้งสองกองทัพที่มีมาอย่างยาวนานและจะดำรงความสัมพันธ์ในทุกมิติอย่างใกล้ชิดต่อไป
วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
เสนาธิการทหาร ร่วมคณะ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุม Thailand - U.S. Stategic and Defense Dialogues ครั้งที่ 1
วันที่ 9-10 พฤษภาคม 2565 พลเอก ณตฐพล บุญงาม เสนาธิการทหาร ร่วมคณะ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุม Thailand - U.S. Stategic and Defense Dialogues ครั้งที่ 1 ณ กรุงวอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือที่จัดขึ้นภายหลังการหารือยุทธศาสตร์ ไทย-สหรัฐฯ ครั้งที่ 8 ของกระทรวงการต่างประเทศ และการหารือยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์และความร่วมมือด้านต่าง ๆ ในอนาคตต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
พิธีเปิดห้องนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา ห้อง ๙๐๔
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีเปิดนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา ห้อง ๙๐๔ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) โดยมี พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน
ในพิธีฯ ณ อาคารศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง (ศปร.) ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
ในโอกาสนี้ พลเอก สุวิทย์ เกตุศรี ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคงกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ให้การต้อนรับ และรายงานความเป็นมาของการดำเนินการจัดนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา ห้อง ๙๐๔ ซึ่งได้ดำเนินการตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติพระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณในด้านต่าง ๆ ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๐ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เพื่อให้ข้าราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ ทำให้เกิดความจงรักภักดีและยึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเสริมสร้างความรักความสามัคคีและความเข้าใจอันดีของคนในชาติ
ภายในนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ แบ่งห้องนิทรรศการฯ เป็น ๖ โซน ประกอบด้วย
โซนที่ ๑ พระราชประวัติ นำเสนอเนื้อหาพระราชประวัติตั้งแต่ทรงพระราชสมภพ และทรงครองราชย์
โซนที่ ๒ ธ ทรงเป็นจอมทัพไทย นำเสนอเนื้อหาพระอัจฉริยภาพด้านการทหาร ความเป็นผู้นำ
โซนที่ ๓ อัครศาสนูปถัมภก นำเสนอเนื้อหาเรื่องราวที่ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็น
อัครศาสนูปถัมภก
โซนที่ ๔ ทรงราชย์ นำเสนอเนื้อหาพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
โซนที่ ๕ สืบสาน รักษา ต่อยอด นำเสนอเนื้อหาพระราชกรณียกิจนานัปการ
โซนที่ ๖ สายธารแห่งพระเมตตา นำเสนอเนื้อหางานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพไทย ขอเชิญชวน ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าชมนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ทุกวัน ในเวลาราชการ และหากมีความประสงค์เข้าชมเป็นหมู่คณะ สามารถติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘ ๑๔๒๖ ๖๖๓๕
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





















