วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561

การปรับลำดับความเร่งด่วนโครงการชลประทาน

เมื่อ 3 เม.ย.61 พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช กอ.รมน.จ.พิจิตร เข้าปรึกษาหารือ กับ นาย เทพพงษ์ ตรีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 ไปหารือเพื่อนำเสนอข้อมูลการแก้ปัญหาน้ำของ จ.พิจิตร ที่อยู่ในความสนใจของ กอ.รมน.ให้ท่านได้รับทราบ เผื่อจะมีวิธีปรับลำดับความเร่งด่วนของโครงการให้รวดเร็วขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงด้านต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปจากตอนเริ่มวางโครงการใหม่ๆ


ท่าน ผอ.สชป.3 ให้ความสำคัญ เรียกเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง สชป.3 มาร่วมหารือ เป็นการให้ความสำคัญกับความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นความเร่งด่วนแรก  งานที่หารือมี 5 ประเด็นหลัก


เรื่องแรกคือท่อส่งน้ำจากคลอง C.1 เข้าสู่บึงสีไฟ เนื่องจากการขุดลอกบึงสีไฟดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า แต่การเติมน้ำจะดำเนินการโดยกรมชลประทาน กอ.รมน.จึงเข้ามามีบทบาทในการบูรณาการ ข้อยุติเรื่องนี้คือ สชป.3 จะเอาโครงการเข้าแผนก่อสร้างในปี 62 ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี ท่อส่งน้ำจะเสร็จในปี 63 พร้อมๆกับการขุดลอกบึงสีไฟ( บึงสีไฟจะมีน้ำเต็มทันทีที่ขุดลอกเสร็จ , แต่เราคุยนอกรอบกันว่า ไม่น่าจะขุดลอกได้เสร็จทันปี 63 เพราะปัญหาที่ทิ้งดิน)



เรื่องที่ 2 และ 5 คือ อาคารระบายน้ำบ้านโพธิ์ทอง ซึ่งชาวบ้าน 3 อำเภอยกพวกมาตีกันทุกปี เรื่องนี้จะได้ขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น แต่อาจไม่เร็วนัก เพราะต้องทำเป็น package ควบคู่ไปกับท่อระบายน้ำบ้านบุ่ง ที่อยู่ต่ำลงไปใน อ.เมือง ซึ่งมีวงเงินสูงถึง 90 ล้านบาท


เรื่องที่ 3 คือ ขอ Spill way ที่ฝั่งขวาของคลอง C.1 กม.82+200 เพื่อส่งน้ำลงหล่อเลี้ยงต้นแม่น้ำพิจิตร เรื่องนี้ ผอ.สชป.3 ให้ความสำคัญมาก สั่งการในที่ประชุมให้สำรวจออกแบบทันทีในปี 61 ครึ่งปีหลังนี้เลย เพื่อที่จะลงมือก่อสร้างในปีหน้า(ขอใช้งบประมาณกลางปี เพราะวงเงินเพียง 2 ล้านบาท) และได้กรุณาแนะนำ(เชิงบังคับ 555) ให้ผมไปผลักดันเรื่องการซ่อมแซมอาคารดงเศรษฐีให้เร็วที่สุด ควบคู่ไปด้วย โดยให้ติดตั้งระบบสูบน้ำจาก น.น่าน ให้ได้(ดร.รอยล บอกว่าจะติด Super pump) นี่เป็นเรื่องน่ายินดีแบบ สุดๆของชาวแม่น้ำพิจิตร


เรื่องสุดท้ายเรื่องที่ 4 คือคลองระบายน้ำออกจากบึงสีไฟ ขอให้ระบายออกทางคลองข้าวตอก เพื่อให้เหมือนกับระบบธรรมชาติเดิมเมื่อหลายร้อยปีก่อน ที่แม่น้ำพิจิตรเอ่อท่วมเข้าแก้มลิงบึงสีไฟ แล้วค่อยๆระบายออกทางคลองข้าวตอก เรื่องนี้ก็น่าดีใจ เพราะในที่สุดทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันในเรื่องดังกล่าว(แนวคิดเดิมจะระบายออกทางคลองไผ่สีรุณ ลัดออก น.น่าน อย่างรวดเร็ว)


ผอ.สชป.3 ให้ กอ.รมน.จ.พิจิตร คอยประสานงาน เพื่อกำหนดแผนงานสำรวจให้เร็วที่สุด โดยให้เลือกระหว่างทำสะพานน้ำข้าม หรือทำอุโมงค์น้ำลอดคลอง C.67 ไปลงคลองข้าวตอก

ขอแสดงความยินดีไม่กับเพียงชาวพิจิตรเท่านั้น แต่ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะได้ประโยชน์จากการประสานงานหารือในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงด้านอาหารที่จะได้จากทั้งแม่น้ำพิจิตร และแก้มลิงบึงสีไฟ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น